2006/Dec/02

ก่อนอื่นขอบอกว่าเรื่องที่จาเอามาลงนี้มาจากบล๊อกเพื่อนบ้านเราเองครับ ซึ่งก็คือ พี่โก๋ ซึ่งผมก็ไม่เคยเจอตัวจริงของพี่เค้ามาก่อน แต่ก็ประทับใจblog ของพี่แกมาตลอด เผอิญเจอบทความดีๆของเขาเลยอยากนำมาแบ่งปันกันครับ (หวังว่าไม่ว่ากันนะครัฟ อิอิ)



ชีวิตคนเรามีทางเดินต่างกัน...

บางคนมีพร้อมทั้งความสามารถ ทั้งโอกาส...

แต่บางคนก็ไม่มีอะไรเลย แม้แต่โอกาส...

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม...
และเพราะเราอยู่กันเป็นสังคม เราจึงต้องมีการปฏิสัมพันธ์กันระหว่างคนในสังคม
และการปฏิสัมพันธ์นั้น ก็เป็นไปได้ในหลายแนวทาง
ทั้งช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เบียดเบียนกัน แข่งขันกัน...

ในทุกสังคม ล้วนมีการแข่งขันแอบแฝงอยู่ทั้งสิ้น...

เริ่มแต่การปฏิสนธิ.... (เฮ้ย... ท้าวความไกลไปป่ะน่ะ..)
เราก็แข่งขันกันกับอสุจินับล้านๆตัวที่เหลือ
เพื่อที่จะเจาะเข้าสู่ไข่ และครอบครองที่สำหรับหนึ่งชีวิต
หนึ่งเดียวที่เป็นผู้รอด เพื่อเติบโต และครอบครองร่างกาย...

ตอนเรียนหนังสือ...
เราก็เรียนเหมือนๆ กันกับเพื่อนทุกคนในห้อง
เรียนห้องเดียวกัน อาจารย์คนเดียวกัน หนังสือก็เหมือนๆกัน
แต่ถึงเวลาสอบ ทำไมถึงมีคนสอบได้ที่หนึ่ง มีคนสอบตก...

เวลาทำงาน...
เราต่างคนก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง ตามแต่ที่ได้รับมอบหมาย
เราก็ทำหน้าที่ของเราไปให้ดีที่สุด เท่านั้นก็น่าจะเพียงพอ
แต่ก็ไม่ใช่... เรายังมีเส้นการแข่งขันบางๆ ระหว่างเพื่อนร่วมงานในตำแหน่งเดียวกัน
หรือระหว่างคนที่อยู่ตำแหน่งเหนือกว่าเรา
เราอยากจะเติบโตเป็นใหญ่ ไปแทนที่เขา...

เหนื่อยเนอะ... เพราะเราต่างต้องแข่งขันกันทั้งชีวิต....

.

.

ในชีวิต คุณถามตัวเองดูว่าคุณชอบจะอยู่ในที่แบบไหน

ที่ที่ฉันเก่งที่สุด.... ฉันโดดเด่น ฉันเป็นหนึ่ง...
ในห้องนี้ ฉันเรียนได้ที่หนึ่ง ได้เป็นหัวหน้าห้อง
เป็นผู้นำกิจกรรม ใครๆ ก็ต่างฟังความเห็นของฉัน..

ในบริษัทนี้ ผมใหญ่มาก
พนักงานทุกคนต้องฟังความเห็นของผม
ผมเซ็นเอกสารสั่งย้ายใครก็ได้..

หรือ...

ฉันเป็นคนระดับกลางๆ...
มีคนที่เก่งกว่าฉัน มีคนที่ด้อยกว่าฉัน...

ในห้องเรียน มีเพื่อนที่เรียนเก่งกว่าฉันหลายคน
ฉันจึงรู้ว่า ฉันยังไม่รู้อะไร
และฉันก็เข้าใจว่า เพื่อนที่ไม่เก่ง เขาไม่รู้อะไร

ในบริษัทนี้... ผมก็เป็นเหมือนพนักงานทั่วไป
มีเพื่อนที่ทำงานร่วมกันหลายคนที่มีความสามารถโดดเด่น
ผมจึงได้เห็นว่า ผมยังขาดอะไร
ผมควรศึกษาอะไรเพิ่มเติม และจะพัฒนาศักยภาพตนเองไปทางไหน

.

.

จะว่ายังไงดีล่ะ...

ถึงผมจะไม่ชอบการแข่งขัน แต่ผมก็ยินดีที่จะได้อยู่กับคนที่เก่งกว่า...

ผมชอบอยู่ในที่ๆมีคนเก่งๆกว่าผมอยู่จำนวนหนึ่ง
เน้นนะครับว่าจำนวนหนึ่ง..
เพราะถ้าทุกคนที่อยู่ตรงนั้นเก่งกว่าผมหมด
แสดงว่าผมใช้ไม่ได้เสียแล้ว อาการหนัก...

เพราะถ้ามีคนที่เก่งกว่า เราจะสามารถพัฒนาตัวเองได้เร็ว
เราจะรู้ว่าเราขาดอะไร เราต้องเพิ่ม ต้องลดตรงไหน...

คนเก่งที่สุด เหมือนยืนอยู่บนขอบเหว
ยิ่งสูงยิ่งหนาว จะก้าวถอยก็ไม่ได้ เดินหน้าก็ไม่เห็น...
ผมว่าเขาน่าสงสารจะตาย...

ผมจึงยินดีที่จะได้ไปอยู่ในกลุ่มคนมีความสามารถ
ยินดีจะถูกมองว่าไม่เก่ง ไม่ได้เรื่อง

แต่เจอสาวๆ บางคนเขาต้องการสเป็คหนุ่มในฝัน
พูดภาษาหลักของโลกได้อย่างน้อย 3 ภาษา อย่างคล่องแคล่ว...

อ๊ากกกกซ์ซ์ซ์ซ์.... เราอยู่กันคนละระดับจริงๆ...

แต่ก็ช่างเถอะครับ... ผมก็พอใจที่จะพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน...

เพราะวันใดเราไม่เห็นข้อเสียของตัวเอง
วันนั้นล่ะ หายนะจะมาเยือน...


2006/Nov/27


 

อ่านเจอในเด็กดีครับ :D


1. ตัว V กลายมาเป็นที่มาของชัยชนะได้อย่างไร

นั่นสิ

เวลาถ่ายรูป น้องๆ ก็ชอบชูสองนิ้วกันนี่เนอะ

พี่ตินเห็นตามตู้สติ๊กเกอร์บ้าง ตามร้านโฟโต้มีบ้าง

โห ทุกคนชอบกันจังท่านี้

งั้นมาดูความหมายหน่อยไหม ว่ามันคืออะไร ท่าที่เราชอบทำๆ กันเนี่ย

 

การชูสองนิ้ว มีความหมายถึง V Victory ที่แปลว่าชัยชนะ

ซึ่งสัญลักษณ์นี้เริ่มแพร่หลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

เมื่อเยอรมนีเข้ายึดครองประเทศต่างๆ ในยุโรป

ได้มีชาวเบลเยี่ยมคนหนึ่ง อาศัยวิทยุกระจายเสียงปลุกเร้า เรียกร้องให้ประชาชนลุกขึ้นต่อต้านการบุกของเยอรมัน

โดยใช้เครื่องหมาย V แสดงถึงจิตใจที่เชื่อมั่นในชัยชนะ

เพื่อสร้างกำลังใจให้ตัวเอง และในที่สุด พวกเขาก็ชนะศัตรูได้

เครื่องหมาย V จึงกลายมาเป็นเครื่องหมายแห่งชัยชนะจนวันนี้

 

อตินเอง

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือรู้เรื่องต่างถิ่น



edit @ 2006/11/27 21:13:20

2006/Nov/21

วันนี้ทำการบ้านเสดไปอย่างนึง เปิด ดิก เล่น (ที่เป็นดิกไฟฟ้าอ่ะคับ) เจอคำคมดีๆ มาแบ่งปันกัน

Nothing venture, nothing have.

ของสูงแม้นปองต้องจิตมีคิดปีนป่ายจะได้หรือ

ไปทำการบ้านต่อล่ะครับ ฮ่าๆ งานเยอะจริงๆ